Friday, October 24, 2014

ฟังก์ชัน Price และตัวอย่างการใช้งาน

ฟังก์ชัน Price และตัวอย่างการใช้งาน

Price เป็น ฟังก์ชัน ด้านการเงิน

Price เป็น ฟังก์ชัน ที่มีหน้าที่ ส่งกลับค่าราคาต่อ $100 ของราคาตามหน้าตั๋วของหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยตามคาบเวลา

รูปแบบ สูตร Excel ของ ฟังก์ชัน Price คือ

Price(Settlement,maturity,rate,yld,redemption,frequency,basis)

Settlement คือ วันที่ทำข้อตกลงของหลักทรัพย์ ซึ่งก็คือวันที่ส่งมอบหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อ

maturity คือวันที่ครบกำหนดชำระของหลักทรัพย์ ซึ่งก็คือวันที่หลักทรัพย์หมดอายุลงนั่นเอง

Rate คือ อัตราค่าธรรมเนียมตราสารรายปีของหลักทรัพย์

Yld คือ ผลตอบแทนรายปีของหลักทรัพย์

Redemtion คือ มูลค่าไถ่ถอนของหลักทรัพย์ต่อมูลค่าตามตราสาร 100 ดอลล่าร์

frequency คือ จำนวนครั้งในการชำระค่าตราสารต่อปี ในกรณีที่เป็นการชำระแบบรายปี frequency =1 ถ้าเป็นการชำระแบบรายครึ่งปี frequency =2 และถ้าเป็นการชำระแบบรายไตรมาส frequency = 4

basis คือ ชนิดของหลักเกณฑ์ในการนับจำนวนวัน

ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกัน เช่น Date, Yield

ตัวอย่างการใช้งาน ฟังก์ชัน Price บน Excel

1. เลือกเซลล์ A2:A8 แล้วพิมพ์ Settlement Date แล้วกด Enter พิมพ์ Maturity Date แล้วกด Enter พิมพ์ Rate แล้วกด Enter พิมพ์ yield แล้วกดEnter

2. พิมพ์ Redemption แล้วกด Enter พิมพ์ Frequency แล้วกด Enterพิมพ์ Basis แล้วกด Enter

3. เลือกเซลล์ B2:B8 แล้วพิมพ์ 15/2/2001 แล้วกด Enter

4. พิมพ์ 15/11/2005 แล้วกด Enter พิมพ์ 5.25% แล้วกด Enter

5. พิมพ์ 6.25% แล้วก Enter

6. พิมพ์ 100 แล้วกด Enter

7. พิมพ์ 2 แล้วกด Enter

8. พิมพ์ 0 แล้วกด Enter

9. คลิกเซลล์ B10 แล้วพิมพ์ =price(b2,b3,b4,b5,b6,b7,b8) แล้วกด Enter จะแสดงค่า 95.93425

10. หากคลิกเซลล์ B5 แล้วพิมพ์ 4.25% แล้วกด Enter จะแสดงผลลัพธ์ที่เซลล์ B10 จะแสดงค่า 104.2536

ฟังก์ชัน PPMT และวิธีการใช้งาน

ฟังก์ชัน PPMT และวิธีการใช้งาน

PPMT จัดเป็นฟังก์ชันด้าน การเงิน ของ Excel

ฟังก์ชัน PPMT ทำหน้าที่ ส่งกลับค่าเงินที่ต้องชำระสำหรับการลงทุน การคำนวณมีพื้นฐานอยู่บนการชำระเงินเป็นงวด ยอดการชำระเงินที่คงที่ และอัตราดอกเบี้ยที่คงที่

รูปแบบ สูตร Excel ของ ฟังก์ชัน PPMT คือ PPMT(rate,per,nper,pv,fv,type)

โดยที่ Rate คือ อัตราดอกเบี้ยต่องวด

per ระบุคาบเวลาที่คุณต้องการค่าเงินที่ต้องชำระ และต้องอยู่ในช่วง 1 ถึง nper

Nper คือ จำนวนงวดทั้งหมดของการชำระเงินรายปี

Pv คือมูลค่าปัจจุบัน – จำนวนเงินทั้งหมดที่คิดตามมูลค่าปัจจุบันจากการชำระเงินในอนาคตรวมกัน

fv คือมูลค่าในอนาคต (FV-future value) หรือจำนวนเงินที่คุณต้องการให้คงเหลือหลังจากชำระงวดสุดท้าย ถ้าละไว้จะถือว่า fv เป็น 0 (ตัวอย่างเช่น มูลค่าอนาคตของเงินกู้มีค่าเป็น 0)

type คือตัวเลข 0 หรือ 1 ซึ่งใช้บ่งชี้กำหนดชำระเงิน

ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชัน PPMT ได้แก่ FV, IPMT, NPER, PMT, PV, RATE

ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชัน PPMT ให้เราลองทำตามดังนี้

1. เลือกเซลล์ A2:A7 แล้วพิมพ์ Rate จากนั้นกด Enter

2. พิมพ์ Per แล้วกด Enter

3. พิมพ์ Nper แล้วกด Enter

4. พิมพ์ PV แล้วกด Enter

5. พิมพ์ FV แล้วกด Enter

6. พิมพ์ Type แล้วกด Enter

7. เลือกเซลล์ B2:B5 แล้วพิมพ์ 4% แล้วกด Enter

8. พิมพ์ 1 แล้วกด Enter

9. พิมพ์ 120 แล้วกด Enter

10. พิมพ์ -1000000 แล้วกด Enter

11. คลิกเซลล์ A9 แล้วพิมพ์ =pmt(b2/12,b4,b5) แล้วกด Enter จะแสดงค่า $10,124.51

12. คลิกเซลล์ B9 แล้วพิมพ์ =ppmt(b2/12,b3,b4,b5) แล้วกด Enter จะแสดงค่า $6,791.18

13. คลิกเซลล์ B14 แล้วพิมพ์ a9-b9 แล้วกด Enter จะแสดงค่า $3,333.33

14. คลิกเซลล์ B10 แล้วพิมพ์ =ipmt(b2/12,b3,b4,b5) แล้วกด Enter จะแสดงค่า $3,333.33

15. ให้ก็อปปี้ข้อมูลแล้วเปลี่ยนตัวเลขที่ C3F3 แล้วสังเกตผลลัพธ์

Search (ค้นหา)